การมีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน มีรถหลายคัน บ้านหลายหลัง สัตว์เลี้ยงหลายตัว ผัวหลายคน เมียเป็นหาบ และอะไรอีกสารพัด ก็จะสร้างปัญหาปวดหัว เสียสมาธิในการทำงาน ในช่วงกำลังเริ่มต้นทำงาน การเงินยังไม่มั่นคง ห้ามยุ่งเรื่องพวกนี้ หรือแม้แต่จะมีรายรับค่อนข้างมาก ก็ไม่ควรใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ดี เพราะมีโอกาสล่มจม

 

การมีชีวิตเรียบง่ายในความหมายของผู้เขียนขอแนะนำดังนี้

1. การมีคู่ครอง หากยังไม่พร้อม ก็พยายามครองตัวเป็นโสด เอาเวลาไปทุ่มเทกับงานให้เต็มที่ เพราะหากคบกันแล้วมีปัญหาทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงาน แต่หากเข้าใจกัน ช่วยกันทำมาหากินก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ส่วนมากจะเป็นกรณีแรกมากกว่า
2. สัตว์เลี้ยง เป็นเรื่องต้องห้ามเช่นกัน เพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการดูแล และอาจจะต้องอยู่กันเกินสิบปีขึ้นไป การเลี้ยงแมว อาจจะไม่สร้างปัญหามากนัก เพราะแมวจะมาอ้อนเมื่อต้องการอะไรบางอย่างเท่านั้น แต่การเลี้ยงสุนัข บางคนเลี้ยงหมา แบบตามใจ เอาใจ มากเกินไป หมกมุ่นมากเกินไป ทั้งคนทั้งหมาติดกันมาก หมาก็อ้อนคน คนก็อ้อนหมา ห่างกันแทบไม่ได้เลย จะพากันขาดใจตาย
3. การสะสมวัตถุหรือข้าวของที่สร้างปัญหาในการดูแล บางคนสะสมของโบราณ โต๊ะ ตู้ ข้าวของเครื่องใช้ ซึ่งสร้างปัญหาในการดูแลและมีรายจ่ายตามมา
4. ไม่ใช้รถยนต์ หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ ในความคิดเห็นของผู้เขียน สำหรับคนเริ่มต้นทำอาชีพอิสระ ไม่ควรยุ่งกับรถยนต์ โดยเฉพาะรถใหม่ป้ายแดง เพราะทำให้เงินหายไปอย่างมาก และยังมีรายจ่ายตามมาอย่างต่อเนื่อง อย่างการผ่อนรถยนต์ ค่าประกันภัย ภาษี พรบ ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน อาจเลี่ยงไปใช้รถจักรยานยนต์ ส่วนรถจักรยานนั้นจำเป็นต้องมี ไว้เดินทางระยะใกล้ๆ
หากจำเป็นต้องใช้รถ อาจหาซื้อรถมือสองจะดีกว่า ซื้อมาแล้วก็ศึกษาวิธีซ่อม ซ่อมให้เป็น ก็จะได้รถที่ใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหา
5. ฝึกการกินอาหารที่เรียบง่าย อยู่ง่าย ซึ่งไม่เพียงประหยัดแต่ดีต่อสุขภาพ หากทำอาหารเองได้จะยิ่งดี ผู้เขียนแนะนำว่า จะต้องฝึกทำอาหารง่ายๆ ให้เป็น ต้องมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ ไว้รองรับเวลาที่ชีวิตลำบาก งานมีปัญหา รายได้หดหาย จะได้รู้วิธีรับมือ เตรียมเครื่องครัว เครื่องมือทำอาหาร หม้อหุ้งข้าวไฟฟ้า กระทะ เตาแก๊ส หรือเตาแก๊สขนาดเล็ก จาน จามช้อน อุปกรณ์ทำอาหารพื้นฐานต้องพร้อม
การทำอาหารกินเอง ดีต่อสุขภาพ ลดโอกาสเจ็บป่วย เพราะสามารถเลือกได้ว่าจะกินอาหารที่มีสารพิษอะไรบ้าง ก็ลดโอกาสเสียเงินค่ารักษาในอนาคต บางคนไม่ดูแลสุขภาพ ทำงานได้เงินมา ก็เอาไปจ่ายค่ายาหมด
6. ลดการเข้าสังคมให้น้อยลง การปาร์ตี้ ก็ต้องมีเครื่องดื่ม ของมึนเมา ทำให้กระเป๋าตังค์แบน และทำให้เสียงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้สมาธิ ใช้ความคิด เจอเหล้าเข้าไป ก็คิดอะไรไม่ออกแล้ว ทำอะไรไปถึงไหน ก็จำไม่ได้แล้ว งานไม่คืบหน้า และงานก็จะมีปัญหาตามมา
7. ทำตัวเรียบง่าย ไม่เรื่องมาก เรื่องเยอะ ในการใช้ชีวิต รายจ่ายที่เกิดขึ้นตามาก็จะน้อยมากเช่นกัน

ในช่วงแรกของการทำอาชีพอิสระ ทำงานส่วนตัว การมีชีวิตเรียบง่ายเป็นเรื่องดี ช่วยประหยัดรายจ่าย ลดปัญหารบกวน แม้แต่คนที่ร่ำรวยมากๆ บางคนก็ใช้ชีวิตเรียบง่าย อย่างเจ้าของ amazon.com ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าจะรวยที่สุดในโลกไปแล้ว เคยใช้แค่รถยนต์ธรรมดาอย่าง Honda Accord รุ่นเก่า ซึ่งราคาซื้อขายในเมืองไทยเราอยู่ประมาณ 50,000 บาท เท่านั้นเอง วอเรนต์ บัฟเฟ็ต ก็ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่มีรถสปอร์ต เงินจำนวนไม่น้อย ก็นำไปบริจาคเพื่อสังคมอีกต่างหาก

 

การเน้นใช้ชีวิตเรียบง่าย อาจจะเริ่มขยับขยายให้สบายขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องประหยัดมากๆ เหมือนช่วงแรกๆ ที่ต้องประหยัด ก็เพื่อเน้นการนำเงินไปลงทุน บางคนเงินเดือนเกือบแสนบาท แต่เช่าหอพัก ไม่ซื้อรถยนต์ ไม่ซื้อสิ่งของมีค่า แต่เน้นนำเงินไปลงทุน 10 กว่าปีต่อมีมีเงินหลักสิบล้านบาท

 

หากไม่ใช้ชีวิตเรียบง่ายในช่วงแรกๆ รายจ่ายก็จะสูงมาก ยากจะมีเงินเพื่อนำไปลงทุนและสร้างรายได้ที่ไม่ต้องทำงานแบบนี้ เพื่อนบางคนทำอาชีพอิสระเหมือนกัน แต่เปลี่ยนรถใหม่ทุก 5 ปี เงินก็หายไปหลักล้่าน ตอนนี้ยังทำงานเหมือนเดิม เพราะไม่ได้วางแผนใช้เงินช่วยทำงานอย่างการใช้บ้านและที่ดินเป็นตัวช่วยหาเงินแบบนั้น

 

กรณีศึกษาของทั้งสองคนนี้ คนแรกรู้จักวิธีการบริหารเงินทั้งๆ ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ อ่านได้แต่เขียนมั่วไปหมด สะกดไม่ถูก แต่อีกคนจบปริญญาเอก แต่ความสามารถในเรื่องนี้ต่างกันมาก

 

อีกเหตุผลสำคัญที่ผู้เขียนไม่แนะนำให้ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยก็คือหากเสพติดชีวิตแบบนั้นแล้วจะลำบาก แก้ไขยาก รายจ่ายก็มาก เวลาที่ต้องใช้ทำงานก็จะถูกสิ่งฟุ่มเฟือยเหล่านั้นแย่งเวลาไปหมด ต้องไปเดินห้าง ไปชอปปิ้ง กินอาหารร้านหรู เที่ยวต่างประเทศ โอกาสประสบความสำเร็จกับการทำอาชีพอิสระ ก็จะริบหรี่ลงทุกที รอดยาก เพราะยิ่งเสพติดมาก รายจ่ายก็จะตามมามาก หากไม่ได้เสพก็จะเกิดอาการฟุ้งซ่าน

 

การทำอาชีพอิสระต้องมีชีวิตเรียบง่าย จึงจะพบกับความสุขอย่างแท้จริง ความสุขจากการใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย ความสุขจากวัตถุนั้นไม่ยั่งยืน เป็นความสุขชั่วคราวแค่ข้ามคืนเท่านั้น และเมื่อความสุขหายไป เคยมีเงิน มีรถ มีบ้าน มีทรัพย์สิน เคยมีชีวิตหรูหรา เมื่อความสุขเหล่านั้นหายไป ก็จะเกิดความทุกข์ ยังอาลัยอาวรณ์ หรือเอาแต่โทษตัวเองที่ผิดพลาดไป