บทความนี้ก็จะแนะนำวิธีเปลี่ยนความรู้ ความสามารถประสบการณ์ที่มีให้เป็นสินค้าแบบต่างๆ เพื่อให้สินค้าเหล่านั้นช่วยสร้างรายได้ ลดการทำงานของเรา คนทำอาชีพอิสระ หากไม่ทำแบบนี้ ก็จะไม่มีอิสระอย่างที่คิด กลายเป็นว่า มีอิสระในการเลือกอาชีพ แต่อาชีพที่เลือกทำนั้น ไม่มีอิสระเลย ไปไหนไม่ได้ตัวอย่างเช่น ต้องเปิดร้านกาแฟทุกวัน แต่หากเปลี่ยนความรู้ พัฒนาสูตรสินค้ากาแฟของตนเอง แล้วก็หาตัวแทนขายช่วยทำการตลาดแบบนี้ ได้มีเวลาพักผ่อน มีเวลาท่องเที่ยว มีชีวิตอิสระแน่นอน

 

ตัวอย่างการเปลี่ยนความรู้เป็นสินค้าแบบต่างๆ

1. เปลี่ยนความรู้เป็นคู่มือ หนังสือ บทความ หรือ eBook อย่างการทำเป็น eBook ก็สามารถขายได้ เช่น ฝากขายที่ ebooks.in.th

 


2. เปลี่ยนความรู้เป็นคอร์สอบรม อาจจะเป็นการเปิดอบรมเป็นครั้งคราว โดยเช่าสถานที่อบรม หรือการสอนผ่าน Facebook แบบไลฟ์สด


3. เปลี่ยนความรู้เป็นวิดีโอ ซึ่งมีช่องทางสร้างรายได้หลายทาง ขายสินค้าผ่านวิดีโอ สร้างรายได้จากโฆษณา สปอนเซอร์ หรือขายวิดีโอเหล่านั้นโดยตรง บางคนก็ทำวิดีโอแบบ Vlog บันทึกชีวิตของตัวเองเป็นวิดีโอ มีคนติดตาม ก็มีรายได้จากโฆษณาหรือสปอนเซอร์


4. เปลี่ยนความรู้เป็นคอร์สอบอบรม โดยจัดทำในรูปวิดีโอ แล้วอัพโหลดเข้าเว็บไซต์แนวนี้ อย่าง skillane.com ผู้เรียนต้องสมัครและเสียเงินก่อน จึงจะเข้าเรียนได้


5. กรณีทำเป็นหนังสือ หรือบทความ ก็นำเนื้อหาในหนังสือไปทำเว็บไซต์ สร้างรายได้จากการคลิกโฆษณา ตัวอย่างเว็บไซต์ให้ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์มือสอง rodusedcar.com


6. กรณีทำเป็นหนังสือหรือบทความไว้ ก็สามารถนำเนื้อหาไปจัดทำเป็นแอปสำหรับมือถือ ซึ่งอาจจะขายหรือแจกฟรี แต่ก็มีช่องทางสร้างรายได้จากโฆษณาที่แสดงบนแอป


7. เปลี่ยนความรู้เป็นบทความที่จับต้องได้ ไว้ลงในเว็บไซต์หรือทำเป็นโพสต์ ไว้ขาย หรือเผื่อมีคนสนใจนำไปโพสต์ใน Facebook สร้างฐานลูกค้า ไว้ขายของในอนาคต
8. เปลี่ยนความรู้ให้เป็นสินค้าที่จับต้องได้ ในบางอาชีพ การผลิตสินค้าออกมาในรูปทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมีข้อดีที่ต้นทุนผลิตน้อยหรือแทบไม่มีเลย แต่สินค้าแนวนั้นผลิตยาก ก็อาจจะทำเป็นสินค้าที่จับต้องได้ อย่างมีความสามารถในการเพนต์ การวาด ก็ผลิตงานศิลปะ วาดภาพบนเสื้อ ถุงผ้า เคสมือถือ ฯลฯ บางคนเปิดร้านเย็บผ้า ก็นำเศษผ้าเหลือใช้ ไปทำเสื้อผ้าเด็ก ทำตุนไว้ แล้วขายส่งปลายปี สร้างรายได้เป็นก้อน เหมือนได้โบนัส


9. การเปลี่ยนความรู้ให้เป็นสูตรหรือเทคนิคที่คนอื่นสามารถทำแทนได้ บางคนเปิดร้านกาแฟ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม หลังจากคิดสูตรของตัวเองได้แล้ว ก็จัดทำเป็นคู่มือให้พนักงานได้ฝึกทำตาม แม้จะเปลี่ยนพนักงานบ่อย แต่ก็ไม่สร้างปัญหา เพราะพนักงานใหม่สามารถเรียนรู้ได้ในเวลาไม่นาน แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูว่า ทำเลของเรานั้นต้องดีจริงๆ ก็ไม่ต้องกังวลกับคนที่จะมาเลียนแบบ เปิดร้านแข่ง ส่วนพนักงานนั้นอาจจะเน้นชาวต่างด้าว เพื่อความสบายใจว่าจะไม่มาเปิดแข่งกับเรา

การเปลี่ยนความรู้ในอาชีพที่ทำอยู่ให้เป็นสินค้าที่จับต้องได้ เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้สินค้านั้นช่วยทำงานแทนแรา เพราะทุกวันนี้มีระบบอัตโนมัติช่วยขายสินค้าแทนเรา รับคำสั่งซื้อ ตอบคำถามลูกค้า ส่งสินค้าให้ลูกค้า และโอนเงินเข้าบัญชีให้เรา โดยอาศัยการตั้งค่่าบริการครั้งแรกเพียงครั้งเดียว ต่อไปก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย โดยเฉพาะสินค้าประเภททรัพย์สินทางปัญญาอย่าง eBook, วิดีโอ, แอป แนวนี้ระบบจะสร้างสินค้าขึ้นมาเองด้วยการก็อปปี้ต้นฉบับให้อัตโนมัติ ไม่ต้องใช้คนมาวุ่นวายแต่อย่างใด

 

การผลิตสินค้าพยายามเลือกผลิตสินค้าที่ไม่ตกยุค ใช้ได้นานๆ ก็จะไม่เสียเวลาผลิตบ่อยๆ เมื่อก่อนผู้เขียนทำหนังสือขาย บางเล่มใช้เวลาเขียน 3-4 เดือน แต่ขายอยู่ 3-4 ปี กว่าจะตกรุ่น ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ปัจจุบันแนวนี้ไปไม่ได้แล้ว แต่เรื่องอื่น อย่างอาหาร เครื่องดื่มยังสามารถไปได้ บางคนนอกจากขายหน้าร้านแล้วก็ยังทำเป็นวิดีโอเผยแพร่ทาง Youtube สร้างรายได้จากโฆษณาอีกทาง อย่างช่องนี้

 

 

หากสามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายดังที่กล่าวมาก็จะมีสินค้าช่วยทำเงิน มากบ้างน้อยบ้าง อาจจะไม่ต้องทำงานมากนัก หรือไม่ต้องทำงานอีกเลย อย่างนักเขียนหนังสือแนววรรณกรรม แนวนี้ เลียนแบบไม่ได้ ก็อปปี้ไม่ได้ เพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาจจะทำงานครั้งเดียว ก็มีรายได้จากการขายเข้ามาเรือยๆ หากมีคนนำไปทำละครทีวี ก็อาจจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น