สุขภาพเป็นเรื่องสำคัยอยู่แล้วสำหรับผู้ทำอาชีพส่วนตัว เพราะไม่มีสวัสดิการอะไรรองรับ ปัญหาเรื่องสุขภาพจึงต้องหาทางป้องกัน และศึกษาให้เข้าใจ เพื่อเตรียมตัวรับมือ โดยเฉพาะเมื่อยามแก่ชรา เริ่มสูงวัยทำอะไรไมได้แล้ว หรืออาจจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว

 

ผู้เขียนชอบคบค้าสมาคมกับคนสูงวัยมาตั้งแต่เด็ก ชอบคุยกับคนสูงวัย ได้เห็นโลกของคนสูงวัยมาโดยตลอด จึงรู้ว่าจะต้องเตรียมรับ มือเมื่อสูงวัยอย่างไร บางคนเห็นคนแก่ ก็รำคาญไม่อยากเข้าใกล้ โดยลืมคิดไปว่า สักวันก็ต้องแก่เหมือนกัน หากเข้าใจคนแก่ ก็ย่อมจะ รู้วิธีรับมือเมื่อตัวเองเริ่มแก่ชรา รู้ว่าจะมีปัญหาอะไรบ้าง

ตัวอย่างสิ่งที่ต้องเตรียมตัวรับมือ

1. ในช่วงที่ยังไม่แก่ชรา อย่าทำอะไรที่เสี่ยงเกินไป หักโหมเกินไป จนอาจทำให้ร่างกายบาดเจ็บ ซึ่งจะส่งผลอย่างมากในอนาคต เพราะความเจ็บป่วยในวัยรุ่นอาจจะเริ่มปรากฏในวัยชรา ทำให้ร่างกายมีปัญหา บางคนเดินตัวงอเป็นกุุ้ง เพราะยามหนุ่มสาวทำงาน หนักมาก ชอบยกของหนัก แก่ตัวก็จะลำบาก ผู้เขียนเองก็เริ่มจะมีปัญหาเรื่องสายตา ตาพร่ามัว มองอะไรไม่ชัด หากอายุมากกว่านี้คง จะแย่แน่

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องไม่หักโหมเกินไป โดยออกกำลังกายทั้งร่างกายและสมอง
- การออกกำลังกายทางร่างกาย อาจจะเป็นการเดิน วิ่ง ให้เน้นท่าออกกำลังกายที่ต้องมีการกระแทก รับน้ำหนักอย่างการวิ่ง กระโดด ขาข้างเดียว เพราะจะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงกว่า ช่วยปกป้องยามหกล้มได้ดีในระดับหนึ่ง
- การออกกำลังกายสมอง หมั่นคิด วิเคราะห์ คำนวณ คิดเพื่อแก้ปัญหา เพื่อให้สมองได้ออกกำลังกาย ไม่เช่นนั้นสมองแย่แน่นอน เริ่ม หลงๆ ลืมๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องรอให้แก่ ทุกวันนี้ เราจำเบอร์โทรศัพท์ได้ไม่กี่เบอร์ และมักจะจำเบอร์ใหม่ๆ ได้ยากมาก ทั้งๆ ที่มีไม่กี่ตัว ไม่เชื่อก็ลองทดสอบตัวเองได้เลย ลองบวก ลบ คูณ หาร แรกๆ อาจจะช้ามาก แต่สักพักจะเริ่มคิดได้เร็วขึ้น แสดงว่า สมองเริ่มดีขึ้นมาแล้ว สำหรับผู้เขียนสิ่งที่ตั้งใจไว้ก็จะเขียนบทความ ศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ ทำอย่างนี้เพื่อให้สมองได้ออก กำลังกาย จากประสบการณ์ที่ศึกษามา คนที่ทำแบบนี้ จะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ แม้จะมีอายุมาก ความจำก็ยังดี

3. ควบคุมเรื่องอาหารการกิน เพื่อป้องกันความเจ็บป่วยในอนาคต เพราะความเจ็บป่วยที่จะส่งผลในอนาคตมักจะมาจากเรื่องสารพิษ ในอาหารที่สะสมมานาน หรือได้รับอาหารบางอย่างมากเกินไป

4. ดูแลสุขภาพจิต ระวังความคิดในด้านลบ คนสูงวัยบางคนเป็นกันมาก หัวร้อน อารมณ์ร้อน ขี้หงุดหงิด โดยเฉพาะคนอายุเริ่มเข้าสู่วัย ทอง 50 ขึ้น จากการสังเกตุบรรดาผู้สูงวัยที่รู้จักกัน จึงต้องตามให้ทันความคิดและพฤติกรรมของตนเอง กำลังคิดในแง่ลบ หรือคิดบวก หากคิดไม่ดี คิดลบ คิดไม่สร้างสรรค์ต้องรีบหยุดตัวเอง อย่าปล่อยให้เกิดเป็นความเคยชิน บางคนสะใจกับการคิดลบหรือทำอะไรรุนแรง ก้าวร้าว นั่นไม่ใช่เรื่องดี เพราะจะกลายเป็นคนแก่ที่ขี้หงุดหงิดในอนาคต โมโหง่าย ก้าวร้าว มากขึ้นทุกที คนแบบนี้จะไม่มีความสุข บาง คนเป็นเอามาก เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ขัดใจก็จะระเบิดอารมณ์เหมือนคนบ้า ใครก็ไม่อยากเข้าใกล้

 

ร่างกายของคนเรานั้นหากดูแลดี ก็จะใช้งานได้อีกนาน อายุยืน ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ หรืออย่างน้อย หากโชคดี ก็จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ไม่เจ็บป่วยทรมาน ช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนสิ้นลม ไม่เดือดร้อนคนรอบข้าง ก็ถือว่าโชคดีมาก เมื่อหาเงินได้มาก ก็ควรจะอยู่ชื่นชมโลกนี้ นานๆ ซึ่งก็ต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง สุขภาพจิตดี ไม่ใช่รวยแล้วก็ตายเร็ว เพราะทำงานมาอย่างหนัก หรือร่ำรวยแต่ไม่มีโอกาสได้เสพ ความสุขมากนัก เอาแต่นอนบนเตียงมีสายระโยงระยางเต็มไปหมด แบบนั้นก็ดูจะสบายเกินไปหน่อย

 

บางคนมีความเชื่อผิดๆ ไม่ยอมทำอะไร การพยายามถนอมร่างกาย ไม่กล้าทำอะไร กล้วบาดเจ็บ กลัวพิการ แต่เน้นกินอาหารดีๆ ผู้ เขียนมีกรณีศึกษาที่ได้เห็น โดยไม่ต้องทำเอง ผู้สูงวัยบางคน ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่เน้นอาหารดีๆ เท่านั้น ก็จะเป็นผลดีต่ออวัยวะ ภายใน แต่กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง การหกล้มเพียงครั้งเดียวแทบเป็นอัมพาต เพราะกระดูกหนัก ระยะหลังเป็นต้นมา จึงเริ่มออกกำลังกาย หากกล้ามเนื้อแข็งแรง เพราะออกกำลังกายเป็นประจำ การหกล้มอาจจะไม่สร้างอาการบาดเจ็บใดๆ เลย อาจจะแค่ฟกซ้ำเล็กน้อยเท่า นั้น

 

ในวันที่เราสูงวัยมากขึ้น เงินทองที่หามาได้อาจจะเป็นเกราะช่วยป้องกันไม่ให้ชีวิตลำบาก ไม่มีปัญหาเรื่องปัจจัยที่จำเป็น เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค อาหาร เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น แต่ความแข็งแรงของร่างกายก็มีความสำคัญ เพราะไม่มีสำรอง และเงินก็ไม่สามารถซื้อได้ วิธีเดียวที่ทำได้ ก็คือ การดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพ ซึ่งไม่ต้องใช้เงินแต่อย่างใด ทั้ง 2 สิ่งนี้ หากเดินคู่กันไป ด้วยดี ไม่มีปัญหา ชีวิตยามแก่ชรา ก็ไม่ลำบากแน่นอน