อาชีพอิสระมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีโอกาสสร้างรายได้มากน้อยต่างกันไป ตัวอย่าง ช่างตัดผมกับอาชีพค้าขาย ช่างตัดผมจะสามารถรับงาน ได้จำกัด เช่น ในหนึ่งวัน สมมุติว่ารับได้เพียง 10 คนๆ ละ 100 บาท ก็จะได้เงินเพียง 1,000 บาทต่อวันเท่านั้นเอง แต่แม่ค้านั้นใน 1 ชั่วโมงอาจขาย ของได้หลักพัน หลักหมื่น หรือหลักแสนบาท

 

ดังนั้นถ้าอยากรวยกับอาชีพอิสระ ก็จำเป็นต้องเลือกงานที่ให้บริการลูกค้า หรือสามารถขายสินค้าได้ไม่จำกัด อย่างการค้าขาย อาชีพอิสระยังมีอีก มากที่สามารถหาเงินได้ง่าย มีโอกาสรวย โดยไม่ต้องลงทุนมากนัก และไม่ใช้เวลามาก แต่อาจใช้การวางแผน การสร้างระบบนานหน่อย การศึกษาหา ความรู้อาจจะใช้เวลาหลายปี

 

อาชีพอิสระมีโอกาสรวยแต่ก็อาจจะไม่มั่นคง เพราะรายได้ อาจจะเข้ามาแค่บางช่วง บางเวลา ไม่ได้มีรายได้ที่มั่นคงไปตลอดชีวิต ยกเว้นแต่จะ สามารถนำเงินไปลงทุนให้เกิดดอกออกผล อย่างมีดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคาร มีค่าเช่าจากการซื้อบ้าน ซื้อที่ดินแล้วปล่อยเช่า หรือนำเงินไปลงทุน ด้านอื่น เป็นต้น ก็จะมีโอกาสร้างรายได้ที่มั่งคง มีเงินเข้ามาให้ใช้อยู่ทุกเดือนไม่ต้องทำงาน

 

โอกาสรวยกับการทำอาชีพอิสระ จะอยู่ที่การบริหารเงินที่หามาได้ บริหารเก่ง มีโอกาสรวยแน่นอน แต่หากบริหารไม่เป็นใช้เงินผิดทาง ก็ไม่มีทางรวย เช่น ใช้จ่ายเงินไปกับสิ่งฟุ่มเฟือยที่มีมูลค่าสูง อย่างรถยนต์

 

ส่วนอาชีพพนักงานนั้น จริงๆ แล้ว หากสามารถแบ่งเวลาไปทำงานส่วนตัวได้ ผู้เขียนเชื่อว่าจะมีโอกาสรวยกว่า อาชีพอิสระ การมีเงินเดือน ก็ไม่ต้อง กลัวว่าแต่ละเดือนจะมีรายได้พอหรือไม่ และยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน การกู้ซื้อบ้าน หรือลงทุนในทรัพย์สินที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคตอย่างการ ซื้อบ้านหรือคอนโดไว้ปล่อยให้เช่า ซื้อที่ดินไว้ขายเก็งกำไร เป็นต้น

 

แต่การเป็นพนักงานนั้นต้องเลือกงานที่มีเวลาว่างเป็นสัดส่วน อย่าทำงานที่ดึงเวลาของชีวิตไปแทบทั้งหมด ตัวอย่างเช่น

 

1. อาชีพครู

อาชีพนี้บางคนแทบจะไม่มีเวลาทำอะไร เนื่องจากเป็นงานที่มีรายละเอียดมาก เพราะนอกจากงานประจำ ดูแลเด็ก สอนหนังสือ เตรียมการสอน ก็ยัง ต้องรับผิดชอบงานในโรงเรียน อีกหลายอย่าง บางคนเก่งคอมพิวเตอร์ ก็มักจะได้รับงานพิเศษที่ไม่มีรายได้เพิ่มเข้ามา อย่างการดูแลคอมพิวเตอร์ใน โรงเรียน ดูแลเว็บไซต์โรงเรียน หรืองานทุกอย่างที่มีคอมพิวเตอร์เข้าไปเกี่ยวข้อง บางทีผู้อำนวยการโรงเรียนต้องการทำผลงานก็เรียกตัวไปใช้บ้าง กลับ มาถึงบ้าน บางคนก็ยังต้องหอบงานมาทำ อาชีพลักษณะนี้จะไม่มีเวลาว่าไปทำอาชีพเสริม

 

ข้อเสียที่สำคัญของอาชีพแนวนี้ก็คือการทำงานดังที่กล่าวมาต้องใช้สมอง ใช้ความคิด ก็จะทำให้เหนื่อยล้ามากจนไม่สามารถทำอะไรได้ เหนื่อยเกิน ไปต้องการการพักผ่อน ไม่มีแรงจะไปทำอะไรแล้ว

 

2. พนักงานขับรถ อาชีพรับจ้าง พนักงานบริษัท

อาชีพในลักษณะนี้เน้นการทำงานตามที่รับผิดชอบ พนักงานบริษัท อาชีพรับจ้าง หรืองานที่ใช้ความคิดน้อยที่สุด เพื่อเก็บความคิด เก็บสมองไว้คิด เรื่องงานของตัวเอง อาจจะมีงานอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน งานแบบนี้ เหมาะสำหรับการทำควบคู่ไปกับการทำอาชีพอิสระ