ทั้งสองอาชีพนี้มีความแตกต่างกัน ที่จำเป็นจะต้องรู้สำหรับผู้ที่วางแผนจะออกมาทำอาชีพอิสระ เพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือกับ อาชีพแนวนี้ เพราะมีหลายเรื่องมากที่จำเป็นจะต้องรู้

 

1. การทำอาชีพอิสระยากกว่าการเป็นพนักงาน เพราะต้องเรียนรู้ทุกด้าน เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์ แต่ การเป็นพนักงานนั้น เพียงแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้น ก็จะมีรายได้เข้ามาทุกเดือน


2. อาชีพอิสระต้องมีวินัยทุกด้านสูงมาก โดยเฉพาะในช่วงก่อร่างสร้างตัว ซึ่งอาจจะใช้เวลาเป็นปีๆ สิบปี หรือมากกว่านั้น หาก ไม่มีวินัยในด้านต่างๆ การทำงาน การเงิน การใช้ชีวิต ก็จะมีปัญหาตามมาทุกด้าน และส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถทำงานต่อ ไปได้ อาจจะต้องกลับไปทำงานบริษัทเหมือนเดิม


3. อาชีพอิสระ รายได้ไม่แน่นอน บางทีก็ได้มาก บางทีก็ได้น้อย หรือไม่มีรายได้ แต่ก็สามารถควบคุมรายจ่ายได้มากกว่าการ เป็นพนักงานทำงานในเมืองใหญ่ หากต้องทำงานใกล้ที่ทำงานเพื่อความสะดวก อาจมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าที่พัก อาหาร และอื่นๆ แต่การทำงานส่วนตัว งานบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องติดต่อกับผู้คน สามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ก็ สามารถทำงานได้ ซึ่งหากมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ต้องเสียค่าเช่า รายจ่ายอาจจะน้อยมากเดือนละ 1,500-2,000 [km ก็ยัง ชีพอยู่ได้ หากมีเงินเดือนแม้เพียง 10,000 บาท ก็ยังมีโอกาสเก็บเงินได้มากกว่าหรือใกล้เคียงกันกับพนักงานเงินเดือน 20,000 บาท แต่ทำงานอยู่ในเมือง


4. พนักงานจะมีสวัสดิการด้านต่างๆ แต่อาชีพอิสระต้องสร้างเอาเอง พนักงานอาจจะมีเงินประกันสังคม เงินเก็บหลังเกษียณ แต่ อาฃีพอิสระจะต้องวางแผนนำเงินไปลงทุนให้เกิดรายได้ เช่น ซื้อประกันชีวิต นำไปฝากธนาคาร บางประเภทจะมีดอกเบี้ยให้ทุก เดือน ก็เป็นเงินที่สามารถถอนมาใช้จ่ายได้ หรืออาจจะลงทุนด้านอื่นๆ เพื่อให้มีเงินเข้ามาโดยไม่ต้องทำงาน บางคนก็เน้นเล่นหุ้น มีรายได้จากเงินปันผล เพียงพอต่อการใช้จ่ายในแต่ละเดือน เป็นต้น


5. จุดมุ่งหมายสำคัญของคนทำอาชีพอิสระและพนักงาน ก็คือ การมีชีวิตที่สุขสบายหลังเกษียณ มีที่อยู่อาศัย สิ่งอำนวยความ สะดวก และที่สำคัญมีเงินใช้ทุกเดือนโดยไม่ต้องทำงาน อาชีพอิสระมีโอกาสทำสิ่งนี้ได้สำเร็จเร็วกว่า เพราะมีโอกาสสร้างรายได้ มากกว่า ก็ย่อมมีเงินไปลงทุนให้เกิดดอกออกผลได้เร็วกว่า


6. อาชีพอิสระเป็นการหาเงินด้วยความสามารถของตัวเอง แต่การเป็นพนักงานเน้นสร้างรายได้จากระบบที่คนอื่นวางไว้แล้ว หากถูกเลิกจ้าง ก็จะลำบาก ซึ่งในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีมาใช้หลายอย่าง บางอาชีพเริ่มตกงาน เรื่องนี้ต้องศึกษาให้ดี เพื่อ จะได้เตรียมตัวรับมือ อย่างพนักงานธนาคาร พนักงานร้านหนังสือ พนักงานขายสินค้าจากที่ขายหน้าร้าน ก็ต้องศึกษาวิธีการ เป็นพนักงานขายประจำเว็บไซต์ หรือพนักงานขายประจำร้านค้าเฟสบุ๊ค ข้อดีของงานแบบนี้ก็คือ ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเดิน ทางไปยังบริษัท ไม่ต้องเช่าหอพัก อยู่บ้านตัวเอง ทำงานที่บ้าน


7. อาชีพอิสระเหนื่อยมากกว่าพนักงาน หากบริหารจัดการชีวิตไม่เป็น ก็แทบจะไม่ได้พักผ่อน เพราะสมองจะคิดเรื่องงาน ปัญหา เรื่องงานแทบตลอดเวลา ส่วนในช่วงที่กำลังเริ่มต้นสร้างอาชีพ ก็ต้องทำงานหนักมาก ช่วงไหนงานมีปัญหา ก็จะเกิดความเครียด มากกว่า เดือนนี้จะมีเงินเข้ามาหรือไม่ เดือนหน้าจะเป็นอย่างไร แต่พนักงาน หากไม่ทำผิดกฏรุนแรง ทำงานไม่ขาดตกบกพร่อง สิ้นเดือนก็มีเงินใช้ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะการคิด การวางแผนนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าของบริษัท


8. อาชีพอิสระผิดพลาดไม่ได้ เพราะบางกรณีอาจจะหนักหนาสาหัสถึงขั้นต้องปิดกิจการเลยทีเดียว เช่น เมื่อเริ่มมีรายได้มากขึ้น ก็รีบถอยรถป้ายแดง หากงานมีปัญหา รายได้น้อยลง ก็จะกระทบไปทุกเรื่อง แต่พนักงานสบายกว่า ทำผิดอาจจะถูกปรับ หรือลง โทษให้ออก ก็สามารถหางานใหม่ได้