บทความแสดงตัวอย่างการปรับแต่งบทความให้เข้าหลัก SEO ใน WordPress เบื้องต้น โดยใช้ปลั๊กอิน Yoast SEO เพื่อให้ได้บท ความที่มีโครงสร้างภายในที่เครื่องมือค้นหา หรือ Google ชอบ และเพิ่มโอกาสติดหน้าแรกของ Google เมื่อมีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่องนั้นๆ

 

การเขียนบทความและปรับแต่งบทความให้เข้าหลักการ SEO ค่อนข้างยาก ซึ่งจะต้องมีการปรับแต่งส่วนต่างๆ ของบทความ ต้องใช้ เวลามากพอสมควร กว่าจะทำได้แต่ละบทความ คลิกที่นี่ เพื่อดู ตัวอย่างบทความ seo 

 

ติดตั้งปลั๊กอิน Yoast SEO

ก่อนอื่นก็จัดการติดตั้งปลักอินตัวนี้ให้เรียบร้อยก่อน
1. คลิก Plugins>>Add New
2. คลิกและพิมพ์ชื่อปลั๊กอิน เช่น yoast seo
3. คลิก Install Now เพื่อทำการติดตั้ง
4. ติดตั้งเสร็จแล้ว ให้เปิดใช้งานโดยคลิก Activate เปิดใช้งานเมื่อ ต้องการเปิดใช้งานจริง เริ่มลงมือทำบทความลงเว็บไซต์จริงๆ

 

ตัวอย่างบทความ SEO WordPress ปรับแต่งด้วย Yoast SEO

การทำ SEO ชื่อบทความ URL และย่อหน้าแรกของบทความ

เราจะเริ่มกันไปทีละส่วน เริ่มจากส่วนนี้ก่อน ส่วนท่านใดที่ต้องการ ดู ตัวอย่างบทความ SEO นี้ คลิกเล้ย
1. บทความ ตัวอย่างนี้ สมมุติว่า เราต้องเลือกคำค้นหา หรือ คีย์เวิร์ด ที่ต้องการเขียนบทความก่อน เช่น วิธีดูแลตัวเองให้ผอม มาทำ บทความ โดย ปรับแต่งให้เข้าหลัก SEO ให้มากที่สุด

2. ตัวอย่างการทำบทความใน WordPress เริ่มด้วยชื่อบทความ จะต้องมีคำว่า วิธี ดูแลตัวเองให้ผอม นำหน้าเลย และหาคำอื่นมาผสม ให้อ่านแล้ว มีความหมาย

3. URL เพจ หรือ Permalink จะต้องมีคีย์ เวิร์ด วิธีดูแลตัวเองให้ผอม ให้ใส่คำนี้ลงไปตรงๆ ได้เลย โดยคลิก Edit ไปแก้ไขก่อน 4 ย่อหน้าแรกของบทความ จะต้องเริ่มต้นด้วยคีย์ เวิร์ด วิธีดูแลตัวเองให้ผอม เช่นกัน


5. ดูผลการปรับแต่งใน Yoast SEO เลื่อนหน้าจอลงด้านล่างจะพบว่า หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งในข้อที่ 2-4 จะขึ้นไฟ เขียวแสดง ว่าผ่านการปรับแต่งแล้ว ความหมายต่างๆ ตามนี้
- มีชื่อคีย์เวิร์ดที่ชื่อบทความ
The focus keyword ',' does not appear in the SEO title.

- คีย์เวิร์ดต้องมีในย่อหน้าแรก
The focus keyword doesn't appear in the first paragraph of the copy. Make sure the topic is clear immediately.

- ต้องมีคีย์เวิร์ดใน URL ของเพจ
The focus keyword does not appear in the URL for this page. If you decide to rename the URL be sure to check the old URL 301 redirects to the new one!

6. ส่วนหัวข้อที่ยังขึ้นไฟแดงนั้น แสดงว่า จะต้องทำการปรับแต่งให้ถูกต้อง

 

การปรับแต่งบทความแบบ SEO ยากตรงนี้ ซึ่งจะต้องเขียนอย่างไรให้คนเข้าใจและ Bot เข้าใจ ซึ่ง Bot นั้นไม่มีชีวิต แต่เป็นโปรแกรม ที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบบทความอัตโนมัติ ไม่ได้ใช้คน

การทำ SEO ภาพประกอบบทความ

สำหรับภาพที่นำมาใช้ในบทความก็จำเป็นจะต้องทำ SEO เช่นกัน เพราะบางครั้งคนก็ค้นหารูปภาพ ไม่ได้ค้นหาข้อความเพื่ออ่าน สิ่งที่จะต้องทำมีดังนี้

1. ชื่อภาพจะต้องนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เช่น วิธีดูแลตัวเองให้ผอม => slim-guide.jpg กรณีมี หลาย
ภาพ อาจจะใช้ชื่อ slim-guide001.jpg, slim-guide002.jpg, slim-guide003.jpg ...

2. ภาพที่ได้แทรกเข้ามาวางในบทความ ให้คลิกเลือกภาพก่อน จะปรากฏไอคอนคำสั่งให้จัดการกับภาพ คลิก ไอคอนรูป ดินสอ


3. ช่อง Alt หรือ Alternative Text คลิกและพิมพ์ คีย์เวิร์ดลงไป หรือคำที่มีความหมายสอดคล้องกับชื่อบทความ เช่น วิธีดูแล ตัวเองให้ ผอม เสร็จแล้วคลิก Update

4. มีทั้งหมดกี่ภาพ ในบทความนั้น ก็ตั้งชื่อคล้ายๆ กัน


5. เมื่อดูด้านล่าง หากได้ปรับแต่ง SEO เกี่ยวกับข้อความแล้ว ก็จะไม่มีไฟแดงที่หัวข้อ ภาพต้องมี alt หรือคำอธิบายภาพ
The images on this page are missing alt attributes.

การทำ Seo ภาพ จำเป็นต้องทำ เพราะบางคนก็ค้นหาเฉพาะภาพ ก็จะมีภาพของเราปรากฏขึ้นในผลการค้นหาของ Google

 

การปรับแต่งเนื้อหาของบทความ ให้เข้าหลัก SEO

ส่วนนี้ยากที่สุด เพราะเพราะจะต้องเขียนบทความให้มีเนื้อหาไม่น้อยกว่า 300 คำ แถมยังจะต้องแทรกคีย์เวิร์ด ลงไปเป็นระยะๆ

1. เขียนเนื้อหาของบทความ จะต้องไม่น้อยกว่า 300 คำขึ้นไป โดยจะต้องแทรกคีย์เวิร์ด เช่น วิธีดูแลตัวเองให้ผอม เป็นระยะๆ แต่บท ความต้องมีความหมาย คนอ่านรู้เรื่อง ถ้ามากเกินไปจะขึ้นไฟแดงเตือน ก็ต้องลบออก

2. หัวข้อจะต้องใส่คีย์เวิร์ด เช่นกัน ถ้ามากเกินไปจะขึ้นไฟแดงเตือน โดยหัวข้อหลักจะต้องใช้สไตล์ H2

3. หัวข้อรองลงไปจะใช้สไตล์ H3

4. ข้อความ ย่อหน้า หัวข้อ จะต้องปรับแต่งให้สวยงาม มีช่องไฟ อ่านง่าย สบายตา ห้ามพิมพ์ติดกัน อ่านยาก เพราะทุกวันนี้ คนนิยม อ่านผ่านมือถือ หากอ่านยาก ก็จะปิดหน้าจอหนีไปอ่านเว็บอื่น


5. การปรับแต่งในส่วนนี้จะมีข้อความเตือนแบบต่างๆ เช่น
-บทความต้องมีอย่างน้อย 300 คำขึ้นไป ข้อนี้เจอกันทุก คนแน่นอน เพราะการเขียนให้ได้มากกว่า 300 คำนั้นไม่ง่าย
The text contains 150 words. This is far below the recommended minimum of 300 words. Add more content that is relevant for the topic.

- ความหนาแน่นของคีย์เวิร์ด ในเนื้อหา จะต้องมีคีย์เวิร์ดผสมอยู่กี่ % โปรแกรมจะคำนวณให้อัตโนมัติ ถ้ามากไปขึ้นไฟแดงก็ลบออก The keyword density is 0%, which is too low; the focus keyword was found 0 times.

-ใช้คีย์เวิร์ดในตำแหน่งหัวข้อที่ใช้ H2 กรณีไม่ใส่คีย์เวิร์ดที่หัวข้อ ไฟแดงจะขึ้นที่ข้อความเตือนนี้
You have not used the focus keyword in any subheading (such as an H2) in your copy.

สิ่งที่ยากที่สุดของการทำ SEO เนื้อหาบทความก็คือ การเขียนเนื้อหาให้ได้ 300 คำขึ้นไป ปกติเขียนไม่กี่คำก็ยากพอแล้ว คนทำ เว็บไซต์ส่วนใหญ่จึงไม่ชอบทำ SEO สักเท่าไรกันนัก รวมทั้งผู้เขียนเช่นกัน ขี้เกียจทำ แต่ผลเสียก็คือ เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกๆ ของ Google ค่อนข้างยาก

ปรับแต่ง SEO โดยการทำลิงค์ในบทความ

ในบทความจะต้องมีลิงค์ออกไปยังเว็บเพจหรือบทความภายในเว็บไซต์ของเรา อย่างน้อย 1 ลิงค์ และลิงค์ไปหาเว็บอื่นอีก 1 ลิงค์ วิธีนี้เป็นการทำแบคลิงค์ให้บทความที่ถูกเชื่อมโยงไปหา และลดหรือชะลอผู้ใช้งานให้อยู่ในเว็บไซต์นานขึ้น เพราะหากเนื้อหาที่กำลัง อ่านอยู่นั้น ไม่มีข้อมูลที่ผู้อ่านต้องการ ก็อาจจะคลิกลิงค์ไปอ่านเพิ่มเติม แต่อย่างไร ก็ยังอยู่ในเว็บไซต์ของเรา ก็มีโอกาสร้างรายได้จาก การคลิก คนยิ่งอยู่นาน เว็บไซต์ก็ยิ่งมีโอกาสทำเงินนั่นเอง

การทำลิงค์ภายใน ลิงค์บทความภายในเว็บไซต์เดียวกัน

1. จากตัวอย่างนี้จะเริ่มด้วยการสร้างลิงค์ไปหาบทความภายในเว็บไซต์ของเราเอง เช่น เรามีบทความเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ก็ จะทำลิงค์ไปหาบทความนี้ โดยการสร้างแถบสีข้อความก่อน จากนั้นก็อปปี้ไว้ ด้วยกด Ctrl + C

2. คลิกไอคอนรูป โซ่ หรือสร้างลิงค์

3. คลิกไอคอนรูป เฟือง เพื่อไปตั้งค่า


4. ช่อง Search คลิกและวางข้อความ ในข้อ 1 ที่ได้ก็อปปี้ไว้ลงไป โดยกด Ctrl + V เพื่อวางข้อความ การออกกำลังกายลงไป

5. โปรแกรมจะค้นหาและแสดงชื่อบทความ ซึ่งเราเอาจะต้องรู้อยู่แล้วว่า เคยเขียนบทความอะไรไว้ หรือกรณีมีบทความ มาก ก็ใช้วิธีนี้ แล้วเลือกบทความที่ต้องการ

6. ช่องด้านบน คลิกติ๊กถูก Open Link in a new tab

7. คลิกชื่อ บทความซ้ำอีกครั้ง หากที่ข้อความเป็นแถบสีเข้ม ดังตัวอย่างแสดงว่าได้ถูกเลือกแล้ว ไม่เช่นนั้นจะไม่สร้างลิงค์ให้เรา จากนั้น คลิก Add Link ด้านล่าง

8. ผลที่ได้ จะปรากฏลิงค์ ที่คำว่า การออกกำลังกาย มีขีดเส้นใต้ หากไม่ใช่แบบนี้ ต้องทำใหม่แสดงว่าในข้อที่ 7 ไม่ได้คลิกเลือกซ้ำอีก ครั้ง


9. กรณีที่ไม่ได้ทำลิงค์ภายใน ก็จะปรากฏไฟแดงเตือนที่หัวข้อ
This page has 0 nofollowed internal link(s) and 1 normal internal link(s).

การทำลิงค์เชื่อมกับบทความภายในเว็บไซต์ ให้ลิงค์ไปหาบทความที่ถูกเปิดอ่านมากที่สุด ในเรื่องเดียวกันทุกบทความต้องลิงค์ไปหา บทความดังกล่าว เพื่อทำอันดับเช่น บทความอยู่หน้า 10 ของ Google ก็จะค่อยๆ ขยับอันดับเป็น 9, 8, 7 ... ได้เช่นกัน

การทำลิงค์ภายนอก ลิงค์ไปหาบทความเว็บไซต์อื่น

กรณีมีหลายเว็บไซต์ หากมีบทความใดที่มีเนื้อใกล้เคียงกัน คล้ายกัน สัมพันธ์กัน ให้ลิงค์ไปหากันเพื่อทำอันดับ และช่วยให้ผู้อ่านยัง อยู่ในเว็บไซต์ของเรา ไม่ไปเว็บอื่น

1. เริ่มต้นด้วยการเข้า Google แล้วค้นหาบทความในเว็บไซต์ของเราก่อน โดยพิมพ์คำ ค้นหา ตามด้วยชื่อเว็บไซต์ของเรา เช่น ชีวิตเรียบ ง่าย siamebook.com จากนั้นกด Enter

2. ก็อปปี้ URL บทความไว้ โดย ชี้ที่ลิงค์บทความ คลิกขวาของเมาส์แล้วคลิกคำสั่ง Copy link address


3. กลับไปยังหน้าเว็บไซต์ที่กำลังทำบทความ เพื่อไปใส่ลิงค์ สร้างแถบสีคำที่มีความเกี่ยวข้องกัน กับ ชีวิตเรียบง่าย

4. คลิกไอคอน ลิงค์ รูปโซ่

5. คลิกไอคอนรูป เฟือง เพื่อไปตั้งค่าเพิ่มเติม


6. ช่อง URL คลิกและวางลิงค์บทความที่ได้ก็อปปี้ไว้ในข้อที่ 2 ลงไป โดยกด Ctrl + V

7. คลิกติ๊กถูกตัวเลือก Open link in a new tab

8. คลิก Update

9. ผลที่ได้ ตอนนี้ จะมีลิงค์เชื่อมต่อไปเว็บอื่น ดังตัวอย่าง


10. กรณีไม่ได้ทำลิงค์ภายนอก ก็จะปรากฏไฟแดงปลั๊กอิน Yoast SEO เตือนที่ข้อความนี้
No outbound links appear in this page, consider adding some as appropriate.

การทำลิงค์ในลักษณะนี้ บทความในเว็บอื่นที่ลิงค์ไปหา จะเป็นการดันอันดับบทความในเว็บนั้น จึงไม่ควรลิงค์ออกไปภายนอกเว็บตัว เองให้มากเกินไปนัก และจะต้องลิงค์ไปหาเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคล้ายกัน สัมพันธ์กันเท่านั้น นิยมเรียกว่า การทำแบคลิงค์

การทำลิงค์ในลักษณะนี้เป็นช่องทางหาเงินอย่างหนึ่ง หากเว็บของเรามีชื่อเสียง อาจจะมีบางเว็บมาขอให้เราทำลิงค์แบบนี้ไปยังเว็บตัว เอง การทำลิงค์แค่นี้ อาจจะมีค่าบริการหลักพันหลักหมื่นบาทต่อเดือนเลยทีเดียว เพราะหากบทความของเราได้รับความนิยมมาก มีคน อ่านมาก ก็จะมีโอกาสคลิกลิงค์ไปใช้บริการของลูกค้าที่มาลงโฆษณาแบบเทกซ์ลิงค์แบบนี้

หรือกรณีที่เราต้องการโปรโมตเว็บไซต์ของเรา ก็ใช้หลักการเดียวกัน ไปติดต่อเว็บไซต์ใหญ่ เพื่อขอให้ทำลิงค์มาหาเว็บเราใน ลักษณะนี้ โดยจะมีค่าใช้จ่ายถูกหรือแพงตามแต่ความมีชื่อเสียงของเว็บไซต์

การทำ Meta Description หรือคำอธิบายหัวข้อบทความ

การทำ SEO ให้กับคำอธิบาย ชื่อบทความหรือ Meta Description อาจจะไม่ต้องทำก็ได้ เน้นเขียนย่อหน้าแรกของบทความให้ดีก็พอ 1. ย่อหน้าแรกของบทความนั้นสำคัญมาก เพราะส่วนนี้ Google จะเก็บไปใช้แสดงผล เมื่อมีการค้นหาเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ และบทความ ในเว็บไซต์ของเราถูกแสดงผลในหน้าค้นหาของ Google จึงต้องเขียนให้น่าอ่าน น่าคลิก น่าเข้าไปดู ชื่อบทความ และย่อหน้าแรกนี้ต้องมี คีย์เวิร์ดเหมือนกันปรากฏอยู่ เช่น วิธีดูแลตัวเองให้ผอม


2. ตัวอย่าง Meta Description หรือส่วนอธิบายชื่อบทความหรือขยายความหมายของชื่อบทความ Google จะนำไปแสดงใน ผลการค้น หา ใครเขียนได้น่าคลิก น่าอ่านกว่ากัน ก็จะดึงคนเข้าชมเว็บไซต์ได้มากกว่า มีโอกาสทำเงิน สร้างรายได้มากขึ้นเช่นกัน


3. การทำบทความใน WordPress การปรับแต่ง SEO ส่วนนี้ใน Yoast SEO ไม่จำเป็นจะต้องทำก็ได้ หากเขียนย่อหน้าแรกไว้ ดีแล้ว หรือ จะทำก็ได้ โดยคลิกที่ Edit Snippet

4. ป้อนข้อมูลลงไป พิมพ์คำอธิบายลงไป ซึ่งก็มีข้อดี ที่โปรแกรมจะบอกให้ เรารู้ว่า ข้อความส่วนนี้ดีพอหรือไม่ สั้นเกินไป หรือพอดีหรือไม่ ดีกว่าการคิดเอาเอง

5. เสร็จแล้วคลิก Close snappet editor


6. กรณีที่ส่วนนี้ไม่ผ่าน ก็จะปรากฏไฟแดงเตือนที่ข้อความ
การเขียนคำอธิบายแบบ meta description
No meta description has been specified. Search engines will display copy from the page instead.

การทำบทความแบบ SEO ค่อนข้างยาก ใน WordPress จะมีปลั๊กอินดีๆ อย่าง Yoast SEO ซึ่งจะช่วยให้เราทำบทความที่มีโครง สร้างตรงตามที่ Google ต้องการได้ ผลที่ได้ก็คือ เว็บไซต์ของเรา ก็จะมีโอกาสติดในหน้าแรกของ Google มากขึ้น มีโอกาสสร้างรายได้ มากขึ้น ทุกคนที่ทำเว็บไซต์จึงอยากจะทำ SEO แต่ปัญหาก็คือ ขี้เกียจ การเขียนแบบนี้ ยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากที่จะต้องศึกษา โดย เฉพาะในเรื่องของ คีย์เวิร์ด

บทความนี้ยาวมาก แต่ SEO เป็นหัวใจของการทำเว็บไซต์ ก็ต้องสละเวลาศึกษาอย่างจริงๆ จังๆ ถ้าคิดจะทำเว็บไซต์ ทำมาหาเงินกับ เว็บไซต์ ศึกษาเพียงครั้งเดียว มีความรู้แล้วก็ใช้ได้ตลอดไป